แนะนำ! บทความธรรมะอ่านมากที่สุดตอนนี้

ธรรมะก่อนนอน เรื่อง ความซื่อสัตย์ใกล้ตัว

ธรรมะก่อนนอน เรื่อง ความซื่อสัตย์ใกล้ตัว #$ ตามปกติสิ่งที่อยู่ใกล้ๆ ตัว เรามักจะมองเห็นหรือได้ยินได้ฟังก่อนสิ่งที่อยู่ไกลตัวเสมอ ความซื่อสัตย์ก็เช่นกัน หากเราสังเกตุก็จะพบอยู่ใกล้ๆ ตัวเราเช่นกัน ยกตัวอย่าง ซื่อสัตย์ต่อหน่วยงาน องค์กร ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ ซื่อสัตย์ต่อผู้ร่วมงาน ซื่อสัตย์ต่อตนเอง เป็นต้น ในแง่ทางธรรม บุคคลจะดำรงอยู่ในความซื่อสัตย์อย่างยั่งยืนและมีความสุขได้ ย่อมต้องอาศัยคุณธรรมอื่นช่วยหนุน คุณธรรมที่ว่านี้ เรียกว่า ธรรมฉันทะ แปลว่า ความรัก ความพอใจและความชอบ เพราะสรรพสิ่งในโลกนี้ ถ้าเริ่มด้วยความรัก และพอใจแล้ว ก็จะดึงสิ่งที่ดีงามอย่างอื่นเข้ามารวมอยู่ด้วยกัน เช่น ดึงความพากเพียรพยายามออกมาช่วย ดึงความอดทนและความเฉลียวฉลาดเข้ามาเป็นพวก เป็นต้น ข้อนี้พึงเห็นตัวอย่างจากชายหนุ่มที่รักสาวย่อมจะไม่กลัวผีหลอก แม้จะต้องเดินผ่านป่าช้าในเวลาค่ำคืนเพื่อไปพบคนรัก ฉันใด การดำรงตนมั่นคงอยู่ในความซื่อสัตย์ก็ฉันนั้น ถ้ามองให้เห็นคุณประโยชน์จนเกิดความรักและพอใจแล้ว ในการปฏิบัติ แม้จะเผชิญกับสถานการณ์ยั่วยุหรือยั่วยวน ก็ไม่สามารถทำให้เสื่อมจากความซื่อสัตย์ไปได้เลย


   ความซื่อสัตย์นี้ แม้เราจะได้ยิน ได้ฟัง มาอย่างหลากหลาย แต่ทุกๆ ด้าน ความซื่อสัตย์ล้วนมีรสเป็นอย่างเดียวกัน นั่นคือ มีเกียรติ์ มีชื่อเสียง ได้รับความยกย่องน่านับถือ คำสรรเสริญเล่าลือเป็นรส ดังคำพระทีว่า "สัจเจนะ กิตติง ปัปโปติ แปลได้ว่า คนได้เกียรติเพราะซื่อสัตย์" ดังนั้น การดำรงอยู่ในความซื่อสัตย์ ก็เป็นการสร้างเกียรติให้แก่ตนเองโดยตรงนั่นเอง

ธรรมะก่อนนอน เรื่อง ทางก้าวหน้าสำหรับคนทำงาน

   +++ ทุกคนในโลกนี้ไม่ว่าจะทำงานอะไรก็ตาม ทั้งงานรัฐ บริษัทเอกชน หรือแม้แต่งานส่วนตัว ย่อมปรารถนาความสำเร็จ ความก้าวหน้าด้วยกันทั้งสิ้น เช่น ได้เลือนยศ ได้เงินเดือนสูงขึ้น ได้รางวัล ได้โบนัส หากทำการค้าขายก็อยากให้สินค้าของตนขายดิบขายดี มีกำไรเป็นกอบเป็นกำ เป็นต้น ทางศาสนามองว่า คนที่ปรารถนาความก้าวหน้า ความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต ควรยึดมั่นในหลักธรรม ๗ ประการ ได้แก่


๑.  อุฏฐานะ หมายถึง มีความเพียร คือ ขยันหมั่นเพียร ไม่เกียจคร้าน มีความรับผิดชอบในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
๒.  สติ  หมายถึง มีสติ คือ ระมัดระวังตนอยู่ตลอดเวลา ควบคุมสติอารมย์ไว้ได้ คิดก่อนทำ ก่อนพูด
๓.  สุจิกัมมะ หมายถึง มีการงานสะอาด คือ ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใด ไม่ก่อทุกข์ ก่อโทษแก่ใคร ประกอบแต่งานที่สุจริต งานที่ชอบด้วยกฏหมาย และ
ศีลธรรม
๔.  นิสัมมการี หมายถึง มีความรอบคอบ คือ มีความละเอียดรอบคอบ ใคร่ครวญพิจารณาอย่างถี่ถ้วน
๕.  สัญญตะ หมายถึง มีความสำรวม คือ มีกริยามารยาทเรียบร้อยน่าเลื่อมใส สงบเสงี่ยมเจียมตน ไม่โอ้อวดตัว ไม่ข่มเหงผู้อื่นด้วยกริยาอาการ หรือคำพูด ไม่ดูหมิ่นคนอื่นที่ด้วยกว่าตนทั้งฐานะ และการศึกษา
๖.  ธัมมวิหารี หมายถึง เป็นอยู่โดยธรรม คือ มั่นคงอยู่ในศีลธรรม ยึดธรรมเป็นหลักในการดำเนินชีวิต
๗.  อัปปมัตตะ หมายถึง ไม่ประมาท คือ ไม่หลงมัวเมา หรือประมาทเลินเล่อ จนงานที่รับผิดชอบเกิดความผิดพลาดเสียหาย 

ความเจริญก้าวหน้าเป็นสิ่งที่ต้องการของคนทำงานในทุกยุคทุกสมัย วิธีการที่นำไปสู่ความเจริญก้าวหน้านั้นก็แตกต่างกันออกไป แต่สำหรับคนทำงานที่ยึดมั่น ดำรงตนอยู่ในหลักธรรม ๗ ประการข้างต้น ดังกล่าวแล้ว มีแต่ความเจริญก้าวหน้าถ่ายเดียวแบบยั่งยืนตลอดไป



Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...

ธรรมะเรื่องล่าสุด

Recent Posts Widget