แนะนำ! บทความธรรมะอ่านมากที่สุดตอนนี้

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นิทานธรรมะสอนใจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นิทานธรรมะสอนใจ แสดงบทความทั้งหมด

นิทานธรรมะ เรื่อง ตายเพราะปาก

นิทานธรรมะคติสอนใจ ตอน ตายเพราะปาก

[นิทานธรรมะ] ประจำวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๘ เรื่อง ตายเพราะปาก ... นานมาแล้ว ณ ตำบลหนึ่งในจังหวัดตาก มีชายคนหนึ่งชื่อลุงดำ ลุงดำมีความสามารถในการต้มเหล้าเถื่อน ซึ่งรสชาติที่แกทำเป็นที่ถูกอกถูกใจของชาวบ้านละแวกนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ใหญ่บ้านต่างจ้องที่จะจับแก แต่ยังไม่มีหลักฐานที่มากพอ จะจับแกได้ เพราะแกหาทางซ่อนหลักฐาน หลบหลีกได้ทุกครั้งไป ด้วยเหตุนี้ ลุงดำจึงดำรงชีพ ด้วยการต้มเหล้าเถื่อนเรื่อยมา ไม่ว่าจะเป็นงานศพ หรืองานมงคล ลุงดำจะเข้าไปร่วมด้วยทุกครั้ง
  ครั้งหนึ่งเป็นวันบวชของหลานเพื่อนบ้าน ลุงดำเมามาช่วยงานแต่เช้า แต่แปลกที่ถึงแม้จะเมาก็ไม่เอ่ยถึงเหล้าที่แกต้ม ไม่มีใครรู้ว่าแกซ่อนเหล้า ไว้ที่ไหน แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจเคยสะกดรอยตามไปถึงบ้านก็ยังไม่รู้
  ผู้ใหญ่บ้านแนะนำให้ลุงดำรู้จักกับหลานชายแก ซึ่งมาจากกรุงเทพ ทั้งสองคุยกันถูกคอ เนื่องจากลุงดำพูดอะไร หลานชายคนนี้ก็ไม่ขัดคอ ชายหนุ่มเอ่ยถามว่า
"เขาลือกันว่า ลุงต้มเหล้าได้เก่ง แถมรสชาติยังดีอีกด้วย"
"ไม่ใช่ข่าวลือหรอกพ่อหนุ่ม" ลุงดำตอบอย่างภาคภูมิใจ
"ฉันมีอะไรอยากถามลุงซักหน่อย" ชายหนุ่มเอ่ยปาก
"ได้ซิหลานชาย ถามหลายอย่างก็ได้"
"ลุงต้มเหล้าเถื่อนอย่างนี้ไม่กลัวตำรวจจับบ้างหรือ"
"ลุงไม่กลัวหรอก ลุงทำมานานแล้ว ไม่มีใครจับได้"
"ลุงเก่งมากเลย ซ่อนเหล้าได้อย่างมิดชิด ไม่มีใครหาเจอ"
"การหากินแบบนี้มันต้องมีไหวพริบ หาทางหนีทีไล่ ไม่งั้นติดคุกหัวโตแน่"
"ฉันอยากเห็นกับตาว่าลุงทำยังไง ได้ยินแต่ข่าวที่ชาวบ้านเขาลือกัน"
"หลานชาย เรื่องแบบนี้อย่าไปเชื่อใครเขาง่ายๆ ถ้าไม่เห็นกับตาตัวเอง" แล้วแกก็พูดโอ้อวดเสียงอ้อแอ้ว่า
"หลานชายพูดถูกใจลุงมาก งานบวชเสร็จแล้วไปดูที่บ้านลุง ว่าเหล้าที่ลุงทำ เหมือนที่พ่อหนุ่มเคยกินมาหรือเปล่า"
"จะดีหรอ ถ้าตำรวจรู้เข้าจะเดือดร้อนถึงลุง"

นิทานธรรมะ เรื่อง เหตุแห่งความพินาศ ข้อที่ 2 ความเกียจคร้าน

นิทานธรรมะ เรื่อง ความเกียนคร้าน

"นิทานธรรมะ" เรื่อง เหตุแห่งความพินาศ ข้อที่ 2 ความเกียจคร้าน... เหตุแห่งความพินาศข้อที่ ๒ ที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ คือ โกสัชชะ แปลว่า ความเกียจคร้าน หรือมักพูดกันว่าขี้เกียจ ลักษณะของ ความเกียจคร้าน ก็คือการไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น โดยเฉพาะงาน ตามหน้าที่ และงานที่ควรทำ หรือต้องทำ เหตุผลที่คนเกียจคร้าน มักจะอ้าง ในการที่จะไม่ทำงาน ท่านว่ามักไม่ค่อยพ้นเรื่อง ๓ ประเภท คือ
     อ้างลมฟ้าอากาศ เช่น อ้างว่าหนาวจะตาย ร้อนจะตาย
    อ้างเวลา เช่นตอนนี้ ยังไม่ถึงเวลางาน วันนี้หมดเวลาแล้ว
   และ อ้างเรื่องกิน เช่น ตอนนี้กำลังหิว ขอกินก่อน ครั้นกินอิ่มแล้ว ก็อ้างต่อไปว่า ตอนนี้กำลังอิ่มอยู่ รอให้ข้าว เรียงเม็ดก่อน
    สรุปว่า คนขี้เกียจสามารถยกเหตุมาอ้างได้ทุกเรื่อง เพื่อที่จะไม่ต้องทำงาน นักปราชญ์ท่านว่า ค่าของคนนั้น อยู่ที่การงาน ดังคำกล่าวที่ว่า "ค่าของคน อยู่ที่ผลของงาน" คนที่ไม่ทำอะไรเลย เพราะความเกียจคร้าน ก็คือคนที่ไม่มีค่าอะไรเลยนั่นเอง คนที่มีความรู้สูงๆ มีความสามารถ มีฝีมือดีในการทำงาน แต่ถ้าขี้เกียจเสียแล้ว ก็หมดซึ่งคุณค่าและกลายเป็นคนไร้ค่าทันที ยิ่งถ้าเป็นคนขี้เกียจ มาแต่ต้นด้วยแล้ว การที่จะมีความรู้   มีความสามารถ ก็เป็นอันไม่ต้องกล่าวถึงเลยทีเดียว ผู้รู้จึงกล่าวว่า "เกียจคร้าน ก็หาวิชาความรู้ไม่ได้ ไร้วิชาก็หาทรัพย์ไม่ได้ ไร้ทรัพย์ก็หาเพื่อนได้ยาก ไร้เพื่อนก็หาความสุขได้ยาก"   ชีวิตที่ไร้สุข ก็คือชีวิตที่ล้มเหลว นับเป็นความพินาศอย่างร้ายแรง ความเกียจคร้าน จึงเป็นเหตุแห่งความพินาศ ด้วยประการฉะนี้
      ความขี้เกียจนั้น เนื้อแท้ก็คืออาการ ที่ใจไม่สู้   ใจไม่ถึง ใจไม่กล้า ที่จะเผชิญกับ ความลำบาก ความเหน็ดเหนื่อย และความไม่สุขสบาย ในการที่จะต้องทำงาน หรือทำหน้าที่ต่าง ๆ คุณธรรมที่จะปราบ ความเกียจคร้านได้ ก็คือ วิริยะ หรือความขยันหมั่นเพียร คำว่า วิริยะ เป็นคำเดียวกับ วีระ ที่แปล ว่ากล้าหาญ ไม่กลัวอะไร คนที่มีวิริยะ จะไม่กลัวลมฟ้าอากาศ ไม่หลีกเลี่ยง วันเวลา และไม่คำนึงถึงว่า ท้องจะหิว จะอิ่ม สรุปว่า คนขยันหมั่นเพียร จะกล้าเผชิญ อุปสรรคทุกชนิด โดยไม่หวาดหวั่น นั่นคือหนทาง แห่งความสำเร็จในชีวิต
      ถ้าคนเราประพฤติตน เป็นคนเกียจคร้าน จะต้องพบกับ ความพินาศนานัปการ ตรงกันข้ามถ้ามี วิริยะ คือ ความขยัน หมั่นเพียร ก็จะประสบความสำเร็จในชีวิต สมความปรารถนาอย่างแน่นอน

อ่านนิทานธรรมะ นิทานเด็กอ่านได้ ผู้ใหญ่อ่านดี เพราะเป็นนิทานธรรมะคติสอนใจ นิทานในแบบนิทานสั้น อ่านให้ความเพลิดเพลิน อ่านตอนเช้า อ่านตอนเทียง อ่านตอนเย็น หรือจะอ่านเป็นนิทานก่อนนอนก็ตามใจ  ทั้งหมดนี้มีใน นิทานธรรมะ

"นิทานธรรมะสอนใจ : รู้อะไรไม่สู้รู้วิชา"

นิทานธรรมะ ตอน รู้อะไรไม่สู้รู้วิชา

นิทานธรรมะสอนใจ 
ประจำวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๘ เรื่อง "รู้อะไรไม่สู้รู้วิชา"

     ในอดีตกาล พระโพธิสัตว์เกิดเป็นกวางอาศัยอยู่ในป่า มีบริวารมากมาย วันหนึ่งกวางผู้เป็นน้องสาวพาลูกมาหาแล้วขอให้ช่วยสอนมายากวางหรือศิลปะในการดำเนินชีวิต

       พระโพธิสัตว์รับปากน้องสาวแล้วกำชับกวางผู้เป็นหลานให้มีความตั้งใจและขยันหมั่นเพียรในการเรียน กวางผู้เป็นหลานปฏิบัติตามที่ลุงบอกทุกประการ เมื่อมีเวลาว่างแม้กวางตัวอื่น ๆ จะวิ่งเล่นซุกซนไปตามเรื่อง แต่ตัวเองจะทบทวนบทเรียนและเอาใจใส่ต่อการเรียนอยู่ตลอดเวลา

       วันหนึ่ง กวางหนุ่มเที่ยวไปในป่าและติดกับดักของนายพราน กวางตัวอื่น ๆ ได้ยินเสียงก็ตกใจพากันวิ่งหนีเข้าป่าและไปบอกให้แม่ของกวางหนุ่มทราบ นางกวางตกใจมากจึงรีบไปหาพี่ชายผู้เป็นครูสอนและอ้อนวอนให้ ไปช่วยกวางหนุ่มผู้เป็นหลาน

       พระโพธิสัตว์พูดปลอบน้องสาวไม่ให้ตกใจเสียขวัญ และยืนยันว่ากวางหนุ่มผู้เป็นศิษย์เป็นผู้ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน มีวิชาความรู้อยู่กับตัว จะต้องเอาตัวรอดได้อย่างแน่นอน

       เรื่องก็เป็นจริงอย่างที่พระโพธิสัตว์ว่า กวางหนุ่มได้ใช้อุบายแสร้งทำเหมือนตาย โดยนอนเหยียดเท้าทั้ง ๔ ตะกุยดินและบริเวณรอบ ๆ ให้กระจุยกระจาย ปล่อยอุจจาระและปัสสาวะให้ไหลออกมาเลอะเทอะ หัวฟุบ ลิ้นห้อย กลั้นลมหายใจให้ตัวพอง ตาเหลือก ทำหัวแข็งทื่อ ขณะเดียวกันก็มีพวกแร้งกาบินมาแอบคอยทีอยู่ใกล้ ๆ

       เมื่อนายพรานมาถึงก็ลองใช้นิ้วดีดท้องกวางดู คิดว่ากวางติดกับดักตั้งแต่เช้าจนขึ้นอืดเกือบจะเน่าแล้ว จึงแก้เชือกออก แล้วเดินไปเก็บใบไม้มาปูเพื่อเตรียมชำแหละ
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...

ธรรมะเรื่องล่าสุด

Recent Posts Widget