แนะนำ! บทความธรรมะอ่านมากที่สุดตอนนี้

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข้อคิดธรรมะ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข้อคิดธรรมะ แสดงบทความทั้งหมด

นิทานธรรมะ ตอน อานุภาพแห่งรัก

นิทานสั้น เรื่อง อานุภาพแห่งรัก

"นิทานธรรมะ ตอน อานุภาพแห่งรัก"
       มีเรื่องเล่าว่า หญิงคนหนึ่ง ระหว่างที่เดินทางกลับบ้านได้พบชายสามคนกำลังหิวจัด เธอจึงชวนเข้าไปในบ้านเพื่อรับประทานอาหารพร้อมกัน แต่ชายทั้ง ๓ กลับบอกว่าไม่สามารถเข้าบ้านพร้อมกันได้ เธอจึงเข้าไปปรึกษากับคนในบ้าน ปรากฏว่าสามีต้องการเชิญนายมั่งคั่งเข้าบ้านก่อน ส่วนเธอต้องการเชิญนายสำเร็จ ขณะที่ลูกสะใภ้ต้องการเชิญนายรัก ในที่สุดทั้ง ๓ คน ก็เลือกเชิญนายรักเข้าบ้าน แต่พอเชิญนายรักเข้ามา นายมั่งคั่งกับนายสำเร็จก็ลุกขึ้นตามเข้าไปในบ้านด้วย เธอจึงถามเหตุผล ชายสามคนตอบพร้อมกันว่า “ถ้าคุณเชิญนายมั่งคั่งหรือนายสำเร็จคนใดคนหนึ่ง อีกสองคนที่เหลือก็จะอยู่นอกบ้าน แต่เมื่อเลือกเชิญนายรักเข้ามา นายมั่งคั่งและนายสำเร็จก็จะติดตามไปด้วยเสมอและจะติดตามไปทุกที่ที่มีความรัก”

        เรื่องนี้แม้จะเป็นเรื่องเล่า แต่ก็แฝงไว้ด้วยคติสอนใจ เพราะในบรรดาความมั่งคั่ง ความสำเร็จ และความรักนั้น ความรักเป็นบ่อเกิดแห่งพลังที่สามารถนำไปใช้ในภารกิจทุกอย่างแม้แต่การแสวงหาและรักษาความมั่งคั่งและความสำเร็จนั้นเอง ความรักทำให้คนมีความมานะพยายาม ทำให้เกิดความอดทน และทำให้บุคคลทำงานได้อย่างไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย ยิ่งถ้าเป็นความรักประเภทกุศลฉันทะ คือรักดีใฝ่ดี รักความเจริญก้าวหน้า อยากพัฒนาอยากช่วยเหลือบุคคลอื่นด้วยแล้ว ก็ยิ่งช่วยให้ทำงานได้โดยไม่ต้องคำนึงว่าใครจะรู้เห็นหรือให้รางวัลตอบแทนในการกระทำของตน และความรักประเภทกุศลฉันทะนี้แหละเป็นความรักที่ทรงพลังสูงสุด

ข้อคิดธรรมะ เรื่อง อย่าแค่ทำตาม

นิทานธรรมะ เรื่อง อย่าแค่ทำตาม

ข้อคิดธรรมะ เรื่อง อย่าแค่ทำตาม.... วินัยสงฆ์ข้อหนึ่งกำหนดไว้ว่า ภิกษุมีบาตรร้าวยังไม่ถึงสิบนิ้ว ขอบาตรใหม่จากคฤหัสถ์ที่ไม่ใช่ญาติ ไม่ใช่ปวารณา ได้มา ต้องอาบัตินิสสัคคีย์ปาจิตตีย์ ทำให้พระเถระรูปหนึ่ง พอฉันเสร็จ ล้างและเช็ดบาตรจนสะอาดดีแล้วก็ยกขึ้นส่องกับแสงตะวันเพื่อตรวจดูรอยร้าวที่มีอยู่ว่าขยายไปถึงสิบนิ้วหรือยัง เมื่อยังไม่ถึง วันต่อ ๆ มาก็ปฏิบัติเช่นนั้นไปเรื่อย ๆ ฝ่ายพระหนุ่ม เณรน้อย เห็นพระเถระผู้เป็นหัวหน้าปฏิบัติเช่นนั้นอยู่ทุกวันก็ไม่มีใครคิดจะถามไถ่ แต่พากันเข้าใจเอาเองว่าเมื่อพระเณรฉันเสร็จจะต้องมีการยกบาตรขึ้นส่องจึงจะถูกต้อง จึงพากันยกบาตรขึ้นส่องเป็นทิวแถวจนเป็นที่มาของคำว่า "เถรส่องบาตร"

        การทำแบบตาม ๆ กันไปนี้ เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งของคนเพราะสะดวกกว่าการต้องใช้ความคิด แต่ก็มีความเสี่ยงอยู่มากเพราะไม่รู้ที่มาที่ไป ถ้าตามผิดก็เหมือนเดินตามหลัง คนที่กำลังเดินผิดทางอยู่ หรือต่อให้ตามถูกมาตั้งแต่ต้นก็ไม่มีอะไรรับประกันว่าจะถูกตลอดไป เพราะงานทุกอย่างทุกเรื่อง มีการเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา และสถานการณ์เสมอ คำพูดที่ว่า เขาบอกไว้อย่างนี้ เขาทำมาอย่างนี้ จึงไม่อาจใช้ตัดสินผิดถูกอะไรได้

"งดเหล้าเข้าพรรษา : ข้อคิดธรรมะ"

นิทานธรรมะ ตอน งดเหล้าเข้าพรรษา

ข้อคิดธรรมะ ตอน งดเหล้าเข้าพรรษา
      วันเข้าพรรษา คือ วันที่พระภิกษุสงฆ์ตั้งใจกำหนดลงไปว่า จะจำพรรษาอยู่ ณ วัดหรือที่ใดที่หนึ่งตามพุทธานุญาตตลอดไตรมาส โดยมีคำอธิษฐานซึ่งแปลเป็นภาษาไทยว่า "ข้าพเจ้าเข้าอยู่จำพรรษาตลอด ๓ เดือน ในวัดนี้" การเข้าพรรษาเป็นพุทธบัญญัติ คือ ข้อที่พระพุทธเจ้าทรงตั้งไว้ การอธิษฐานอยู่จำพรรษาของพระภิกษุสงฆ์นั้น ชาวพุทธสามารถนำมาอธิษฐานจิตคิดทำความดี ในเทศกาลเข้าพรรษาได้เช่นกัน เช่น การถวายทาน รักษาศีล ฟังธรรม เจริญจิตภาวนาที่เคยปฏิบัติมาแล้วให้มากยิ่งกว่าเดิม หรืออธิษฐานจิตคิด ลด ละ เลิก อบายมุขต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การดื่มสุราอันเป็นเหตุให้เกิดความประมาท ทำให้สูญเสียชีวิตทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งต้องมีการรณรงค์ในโครงการ "เมาไม่ขับ" และใช้มาตรการคุมเข้มในการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ของผู้ขับขี่ยานยนต์อย่างจริงจัง แต่เนื่องจากยังไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร คนยังไม่งดดื่มเหล้า แม้เมายังฝืนขับขี่ยานยนต์ จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต และบาดเจ็บเป็นจำนวนมากทุกปี

       ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา การอธิษฐานใจเพื่อ ลด ละ เลิก การดื่มเหล้าช่วงเข้าพรรษา น่าจะมีผลดี คือช่วยลดการสูญเสียดังกล่าวได้ ทั้งนี้เพราะช่วงเข้าพรรษา ชาวพุทธส่วนหนึ่งนิยมบวชลูกหลานตามจารีตประเพณี ทำให้มีการงดเว้นจากการดื่มสุราเมรัย ผู้ที่เป็นพ่อแม่ญาติพี่น้องก็พลอยได้อาศัยใบบุญลูกหลานเข้าวัดทำบุญ หรืออธิษฐานงดเว้นอบายมุขตลอด ๓ เดือน จึงเป็นระยะเวลาลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างมาก เมื่อเทียบกับช่วงเวลาอื่น ๆ ของปี

ข้อคิดธรรมะ เรื่อง รู้เท่าเอาไว้กัน รู้ทันเอาไว้แก้

นิทานธรรมะ รู้เท่าเอาไว้กัน รู้ทันเอาไว้แก้

++รู้เท่าเอาไว้กัน รู้ทันเอาไว้แก้ ข้อคิดธรรมะเพื่อเป็นคติสอนใจ++
ประจำวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๘

      เป็นที่ยอมรับกันว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีและวิทยาการสมัยใหม่มีการพัฒนาและเจริญก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว เช่น โทรศัพท์มือถือ นอกจากจะใช้สำหรับโทรออกและรับสายเข้าแล้ว ปัจจุบันนี้ ยังมีการพัฒนาให้สามารถถ่ายรูปได้ เล่นอินเตอร์เน็ต เล่นเกมส์ และอื่นๆ อีกมากมาย และด้วยเหตุผลที่มีความสามารถหลากหลาย จึงส่งผลให้มีราคาสูงขึ้น และทำให้ผู้บริโภคต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายขึ้นเป็นเงาตามตัว เพราะนอกจากจะต้องคอยซื้อบัตรเติมเงินแล้ว ยังอาจจะต้องเสียเงินเพิ่ม เพื่อซื้อบริการเสริม อาทิ ซื้อเหรียญ ซื้อทีม เป็นต้น เทคโนโลยีเหล่านี้หากเราไม่รู้จักระมัดระวังก็อาจตกเป็นเหยื่อหรือตกเป็นทาสได้โดยไม่รู้ตัว จนทำให้เกิดภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจ เช่น ปัญหาหนี้สินหรือความสิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น

       พระท่านสอนไว้ว่า คนฉลาดต้องรู้จักระมัดระวังตัวไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมาร ซึ่งเป็นอำนาจฝ่ายต่ำ ที่สังคมจัดขึ้นมาเพื่อหลอกล่อให้เราหลงใหลอยู่ตลอดเวลา บางครั้งต้องดิ้นรนแสวงหาโดยวิธีการที่ผิด เช่น ทุจริตคดโกง ปล้น จี้ เพื่อหาเงินมาซื้อสิ่งเหล่านั้นไว้สนองความต้องการของตนเอง

       วิธีการที่จะไม่ให้ตกเป็นเหยื่อนั้น ให้ยึดหลัก ๓ ประการ คือ

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...

ธรรมะเรื่องล่าสุด

Recent Posts Widget