แนะนำ! บทความธรรมะอ่านมากที่สุดตอนนี้

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธรรมะกับความรัก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธรรมะกับความรัก แสดงบทความทั้งหมด

ธรรมะกับความรัก ตอน ศัตรูชีวิต

ธรรมะคู่ชีวิต
ธรรมะกับความรัก ตอน ศัตรูชีวิต
      คำว่า ศัตรู หมายถึงข้าศึก ปรปักษ์ ผู้จองเวร มีบทบาทในการทำลายล้าง รบกวนความสงบสุขของ ผู้อื่น เมื่อใครมีศัตรู ชีวิตจะประสบความเดือดร้อน อยู่ไม่เป็นสุข การมีศัตรูแม้เพียงคนเดียวก็เป็นเรื่องใหญ่ เพราะสามารถเบียดเบียนทำลายล้างจนชีวิตต้องหายนะได้ อุปมาเหมือนกับไฟ แม้เกิดขึ้นเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำลายได้กว้างไกล ศัตรูนั้นมี ๒ ประเภท คือ

        ๑. ศัตรูภายนอก ได้แก่ผู้ที่สร้างความเดือดร้อนซึ่งอยู่นอกตัวเราทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ หรือภัยพิบัติจากธรรมชาติ เป็นศัตรูที่มาในรูปของศัตรู สามารถมองเห็นด้วยตา ได้ยินเสียงด้วยหู มีตัวตนสัมผัสได้ จึงสามารถหาทางหลบหลีก หรือวางแผนต่อสู้ป้องกัน ทำให้ชีวิตปลอดภัย หรืออย่างน้อยก็ได้รับความเดือดร้อนน้อยลง

         ๒. ศัตรูภายใน ได้แก่กิเลสที่อยู่ในใจที่คอยชักนำให้กระทำความชั่วต่างๆ กล่าวโดยประเภทมี ๓ คือ โลภะ ได้แก่ความละโมบอยากได้ในทางทุจริต โทสะ ได้แก่ความคิดประทุษร้ายอาฆาตแค้นผู้อื่น และ โมหะ ได้แก่ความหลงไม่รู้จริง เห็นผิดเป็นถูก เห็นถูกเป็นผิด ศัตรูชนิดนี้เป็นศัตรูของชีวิตที่มาในรูปของมิตร น่ากลัวยิ่งกว่าศัตรูใดๆ เพราะจะหลอกล่อให้ผู้นั้นสมัครใจที่จะทำลายตัวเองจนย่อยยับ

        คนที่เอาชนะศัตรูภายนอก แม้จะชื่อว่าเป็นคนเก่ง เป็นวีรบุรุษ แต่ทางธรรม ยังไม่ถือว่าเป็นยอดนักรบ เพราะเป็นชัยชนะที่อาจกลับแพ้ได้ ชนะแล้วก็ยังเป็นทุกข์ ส่วนผู้ที่เอาชนะศัตรูภายใน ซึ่งถือว่าเป็นศัตรูชีวิตได้ คือไม่ถูกโลภะ โทสะ โมหะครอบงำย่ำยีนั่นแหละ จึงเป็นยอดนักรบที่แท้จริง เพราะจะไม่มีโอกาสกลับแพ้ได้เลย เป็นชัยชนะที่กำจัดเวรภัยได้ราบคาบ พระพุทธเจ้าจึงทรงสรรเสริญไว้ว่า "อัตตา หะเว ชิตัง เสยโย - ชนะตนนั่นแลประเสริฐที่สุด"

ธรรมะกับความรัก ตอน โลกร่มเย็นด้วยกตัญญูกตเวที

ธรรมะกับความรัก เรื่อง โลกร่มเย็นด้วยกตัญญูกตเวที
ธรรมะกับความรัก ตอน โลกร่มเย็นด้วยกตัญญูกตเวที &*& มีคำที่นักปราชญ์กล่าวไว้ว่า “ความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของคนดี” คำกล่าวนี้นอกจากมุ่งเชิดชูคนที่มีความกตัญญู คือ รู้จักบุญคุณของผู้อื่น และกตเวที คือตอบแทนบุญคุณของผู้ที่ทำอุปการะแก่ตนโดยตรงแล้ว ยังให้แง่คิดที่เป็นเครื่องเตือนใจอีก ๒ ประการ ได้แก่

ธรรมะกับความรัก ตอน ลูกกตัญญู

ธรรมะกับความรัก เรื่อง ลูกกตัญญู

ธรรมะกับความรัก ตอน ลูกกตัญญู !!! ผู้ที่เป็นลูกทุกคน ย่อมมีหน้าที่ตอบแทนพระคุณพ่อแม่ การตอบแทนพระคุณนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยากในความรู้สึกของคนทั่วไป เพราะสามารถพบเห็นเข้าใจกันได้โดยสามัญ แต่ถ้าถามว่าพระพุทธศาสนาได้วางหลักการตอบแทนพระคุณท่านไว้อย่างไรบ้าง หลายท่านอาจจะนึกไม่ออก จึงขอนำวิธีตอบแทนพระคุณพ่อแม่ที่ปรากฏในสิงคาลกสูตร ซึ่งเปรียบเสมือนคู่มือของลูกกตัญญูมาแสดงไว้ดังนี้
       ๑. ท่านเลี้ยงมาแล้วเลี้ยงท่านตอบ คือ เลี้ยงดูท่านเหมือนที่ท่านเลี้ยงดูเรามา โดยเฉพาะในยามที่ท่านไม่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ อย่าให้เข้าทำนองว่าลูกกี่คนพ่อแม่เลี้ยงได้หมด แม้จะยากลำบากเพียงใดก็ไม่ย่อท้อ แต่พ่อหรือแม่เพียงคนเดียว ลูกกลับเลี้ยงท่านไม่ได้ ปล่อยให้ท่านอดอยากไร้ที่พึ่ง น่าเศร้าใจยิ่งนัก
       ๒. ช่วยทำกิจของท่าน คือ เมื่อกิจอย่างใดอย่างหนึ่งของท่านเกิดขึ้น ก็ขวนขวายช่วยเหลือไม่ดูดาย ถือเสมือนเป็นกิจของตนหรือสำคัญยิ่งกว่ากิจของตน ไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องจุกจิก เสียเวลา น่ารำคาญ
       ๓. ดำรงวงศ์ตระกูล คือ งดเว้นจากการกระทำซึ่งจะเป็นเหตุให้เสื่อมเสียเกียรติของวงศ์ตระกูล ปฏิบัติในสิ่งที่จะเชิดหน้าชูตาให้ท่านเกิดความภาคภูมิใจ เป็นสุข และปลื้มปีติ
       ๔. ประพฤติตนให้เหมาะสมที่จะรับทรัพย์มรดก คือ ปฏิบัติตัวให้ท่านไว้วางใจ เบาใจว่าจะสามารถรักษาทรัพย์สมบัติที่ท่านหามาด้วยความเหนื่อยยากได้ ไม่ประพฤติล้างผลาญ
       ๕. เมื่อท่านล่วงลับทำบุญอุทิศให้ คือ เมื่อท่านสิ้นไปแล้ว ก็ตอบแทนพระคุณท่านด้วยผลแห่งบุญกุศล หากท่านประสบทุกข์จะได้พ้นจากทุกข์ หากประสบสุขก็จะได้มีความสุขยิ่งขึ้นไป
       มนุษย์ทุกคนเมื่อเกิดมาแล้ว จะไม่ยอมเป็นลูกของใครเลยนั้น ไม่มีทางเป็นไปได้ และความเป็นลูกที่ติดตัวเราทุกคนอยู่นี้ก็เป็นของศักดิ์สิทธิ์ คือถ้าปฏิบัติถูกจะเกิดสิริมงคลอย่างน่าอัศจรรย์ เพราะพลังความรักที่บริสุทธิ์ของพ่อแม่ยิ่งใหญ่และมีอานุภาพเพียงใด พลังแห่งความกตัญญูก็ทรงอานุภาพปานกัน ความเป็นลูกกตัญญูจึงเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำตัวที่ไม่ต้องไปแสวงหาจากที่อื่นเลย


ธรรมะกับความรัก ตอน เรือนรัก

ธรรมะกับความรัก
      เมื่อพูดถึงความรัก คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงความรักระหว่างหนุ่มสาวก่อนความรักประเภทอื่น ความจริงก็มีเหตุผล เพราะความรักระหว่างหนุ่มสาวนี้เองเป็นเบื้องต้นของการก่อเกิดความรักอื่น ๆ อย่างน้อย ๔ ประเภท คือ  
       ๑. ความรักระหว่างสามีและภรรยา เป็นความรักที่พัฒนามาจากความรักระหว่างหนุ่มสาวจนเมื่อเกิดความมั่นใจต่อกัน จึงตัดสินใจใช้ชีวิตคู่เป็นสามีภรรยา ความรักชนิดนี้ต้องอาศัยความซื่อสัตย์ ความอดทน และรู้จักให้เกียรติกันเป็นสำคัญ
       ๒. ความรักระหว่างพ่อแม่กับลูก เป็นความรักที่มั่นคงลึกซึ้ง และช่วยสนับสนุนให้ความรักระหว่างสามีภรรยามั่นคงยิ่งขึ้น ความรักระหว่างพ่อแม่ลูกนี้ ต้องยึดมั่นในความเมตตากรุณา และความกตัญญูรู้คุณเป็นหลัก
       ๓. ความรักต่อญาติผู้ใหญ่ นอกจากสามีภรรยาและลูกแล้ว ปู่ย่าตายายและญาติผู้ใหญ่อื่น ๆ ก็เป็นศูนย์รวมแห่งความรักด้วย ในฐานะบุพการีชนผู้บุกเบิกสร้างครอบครัวก่อน ความรักต่อบุพการีชนเหล่านี้ต้องมีความกตัญญูรู้คุณและความเคารพยำเกรงเป็นพื้นฐาน
       ๔. ความรักระหว่างญาติพี่น้อง เป็นความผูกพันทางสายเลือด แต่ในความเป็นจริง พี่น้องที่รักกันก็มี พี่น้องที่แตกกันก็มาก การจะผดุงความรักชนิดนี้ไว้ได้ ต้องอาศัยความมีน้ำใจ ช่วยเหลือเกื้อกูล ความหนักแน่น และรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา เป็นเครื่องสนับสนุน 
       ความรักทั้ง ๔ ประเภทนี้ หากมีอยู่ครบในเรือนใด เรือนนั้นก็จะกลายเป็นเรือนรัก ถึงจะทุกข์ยากผิดหวังมาจากที่ใด ก็จะมีเรือนรักนี่แหละเป็นที่รองรับชีวิต ถ้าขาดความรักทั้ง ๔ นี้แล้ว แม้จะมีเงินทอง มีชื่อเสียงเกียรติยศ หรือได้รับความสำเร็จจากภายนอกมากมาย แต่เมื่อต้องกลับมาบ้านที่มีสภาพไม่ต่างจากเรือนร้าง ชีวิตก็จะหาความสุขได้ยาก .... ธรรมะกับความรัก ตอน เรือนรัก

ธรรมะกับความรัก ตอน รักบริสุทธิ์

ธรรมะกับความรัก

ธรรมะกับความรัก ตอน รักบริสุทธิ์
      ความรักเป็นสิ่งจรรโลงโลก เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิตมนุษย์และมีมากความหมายหลายนิยาม แต่ในทางพระพุทธศาสนาได้สรุปความรักไว้เป็น ๓ ประเภท คือ
       ๑. ตัณหาเปมะ รักด้วยตัณหา ได้แก่ ความรักอย่างที่ชายกับหญิงรักกัน ซึ่งเป็นได้ทั้งน้ำผึ้งและยาพิษ คือให้ผลดีก็ได้ให้ผลร้ายก็มี แล้วแต่ว่าจะควบคุมได้แค่ไหน และถึงจะได้รับผลฝ่ายดี แต่ก็ยังอยู่ในวังวนแห่งการมุ่งสนองความอยากของตนเองไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ซึ่งหมายถึงความเห็นแก่ตัวนั่นเอง
       ๒. เคหะสิตะเปมะ รักด้วยสายเลือด เป็นความรักในเครือญาติ ระหว่างพ่อแม่พี่น้อง ปู่ย่าตายาย และลูกหลาน เป็นต้น ความรักชนิดนี้แม้จะเป็นเรื่องดี แต่ก็มีลักษณะความเป็นพวกพ้องแฝงอยู่มาก มีโอกาสที่จะชักนำไปสู่ความเห็นแก่ตัวได้เหมือนข้อแรก
       ๓. เมตตาเปมะ รักด้วยเมตตา คือปรารถนาดีต่อผู้อื่นโดยสุจริตใจ เพราะเป็นความรักที่เกิดจากการเข้าใจผู้อื่นอย่างแท้จริง มองเห็นเข้าไปในเหตุปัจจัยทั้งหลายที่ทำให้เขาเป็นเช่นนั้น เป็นความรักซึ่งเกิดจากปัญญาที่เข้าถึงความจริงโดยไม่มีแรงปรารถนาของตัวเองเข้าไปแทรกแซง
       ความรักสองอย่างแรก ทำให้ชีวิตหวานชื่นพอ ๆ กับทำให้ขมขื่นเมื่อผิดหวัง ทำให้มองโลกงดงามพอ ๆ กับที่ทำให้คนตาบอด เป็นความรักที่อยู่ในวงแคบ มีตัวตนและพวกพ้องเป็นฐาน จึงมีความเสี่ยงปนอยู่ แต่ความรักอย่างที่สามรักด้วยจิตเมตตาปรารถนาดีต่อกัน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน ให้อภัยกัน เป็นความรักบริสุทธิ์ ปลอดภัย เป็นประโยชน์แก่เจ้าของความรักและเพื่อนร่วมโลกอย่างอเนกอนันต์ หากปลูกฝังให้มีควบคู่ไปกับความรักทั้งสองอย่างข้างต้นนั้นได้แล้ว โลกนี้ก็จะสวยสดงดงามไปด้วยอานุภาพแห่งรักบริสุทธิ์อย่างไม่ต้องสงสัย

ธรรมะกับความรัก ประจำวันที่ 11 มีนาคม 2559

ธรรมะกับความรัก ตอน ระวังความรู้สึก

ธรรมะกับความรัก

ธรรมะกับความรัก ตอน ระวังความรู้สึก
       ความรู้สึกนึกคิดในใจคนเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการที่จะพูดและทำอะไรทุกครั้งย่อมเริ่มมาจากความรู้สึกนึกคิดก่อน หากใครสามารถควบคุมจิตใจให้อยู่ในความดีได้ก็เท่ากับว่าควบคุมคำพูดและการกระทำให้ดีตามไปด้วย แต่เนื่องจากจิตใจนี้เป็นธรรมชาติที่ควบคุมได้ยากที่สุด เรื่องจึงกลายเป็นว่าบางครั้งแทนที่จะควบคุมความคิดได้ กลับถูกความคิดควบคุม แทนที่จะควบคุมความรู้สึกไว้ได้กลับถูกความรู้สึกควบคุม ทำให้ตกอยู่ในสภาพชอบใจบ้าง ไม่ชอบใจบ้าง

        ความรู้สึกชอบและไม่ชอบทั้งสองนี้ มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของคนแบบตรงข้ามกัน กล่าวคือ คนเราเมื่อชอบกันแล้ว ก็ทำให้พอใจ เห็นใจ และปรารถนาดีต่อกัน เคารพให้เกียรติกัน สิ่งดี ๆ เหล่านี้ช่วยทำให้ผู้มีความรู้สึกนึกคิดในทางที่ชอบต่อกัน อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข แตกต่างจากความรู้สึกของบุคคลที่ไม่ชอบกัน ที่มักทำให้หมดความอาลัยไยดีต่อกัน ทำให้เห็นแก่ตัว ไม่มีความจริงใจต่อกัน ตลอดจนไม่ให้เกียรติเคารพยำเกรงกัน ซึ่งทำให้ผู้ตกอยู่ในลักษณะเช่นนี้ มีความเร่าร้อนทุกข์ใจ

       ดังที่กล่าวข้างต้นว่า จิตใจเป็นเรื่องที่ต้องควบคุม ความชอบใจหรือความไม่ชอบใจ แม้จะเป็นสภาวะที่ต้องมี ห้ามไม่ได้ หรือแม้แต่จะส่งผลดีได้ในบางแง่มุม แต่ก็เป็นเรื่องต้องควบคุมให้ชอบหรือไม่ชอบอย่างมีเหตุผล อย่างอิงหลักการและความถูกต้องให้มากที่สุด เพราะถ้าปล่อยไปตามอารมณ์หรือความรู้สึกอย่างเดียว ความชอบ-ไม่ชอบนี้ จะเป็นอาวุธทำร้ายผู้อื่น และบางครั้งถึงขั้นหวนกลับมาทำร้ายตัวเองเลยก็มี

อ่านทั้งหมดของ +++ธรรมะกับความรัก
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...

ธรรมะเรื่องล่าสุด

Recent Posts Widget