แนะนำ! บทความธรรมะอ่านมากที่สุดตอนนี้

นิทานธรรมะ ตอน เรือเร่

นิทานสั้น เรือง เรือเร่

นิทานธรรมะ ตอน เรือเร่
      สมัยก่อน พ่อค้าที่ค้าขายทางเรือจะนำสินค้าของตนบรรทุกเรือขึ้นล่องไปตามแม่น้ำลำคลองเพื่อค้าขายยังสถานที่ต่าง ๆ เป็นสัปดาห์ หรือเป็นเดือน ๆ จึงกลับบ้านสักครั้งหนึ่ง บางครั้งก็ไปพร้อมกันหลาย ๆ ลำเป็นหมู่คณะ พอพลบค่ำก็จอดพักแรมตามสถานที่นั้น ๆ จัดแจงหาก้อนหินหรือก้อนดินมาทำเป็นก้อนเส้า จุดไฟหุงต้มอาหาร กินอยู่หลับนอนและขับถ่ายกันบริเวณนั้น ครั้นรุ่งเช้าก็ล่องเรือต่อไป ทิ้งให้สถานที่ที่พักแรมสกปรกรุงรังไปด้วยก้อนเส้า เศษไม้ เศษฟืน เศษอาหาร รวมทั้งสิ่งปฏิกูลอื่น ๆ เจ้าของสถานที่ หรือผู้ที่ผ่านมาพบเห็นก็รังเกียจระอา จนกลายเป็นที่เข้าใจทั่วกันว่าพวกเรือเร่ก็เป็นอย่างนี้ ทั้งที่พ่อค้าเรือเร่ที่ดี ๆ ก็คงจะมีอยู่บ้าง

        โลกก็เป็นเหมือนที่พักแรมชั่วคราวซึ่งใช้เป็นสถานที่ประกอบการของชีวิต คนที่มาสู่โลกนี้บางคนก็ได้กำไร เพราะใช้โลกนี้เป็นเวทีสร้างความดีแก่ตน มีน้ำใจสงเคราะห์ผู้อื่น ทำโลกให้น่าอยู่และงดงามสำหรับคนรุ่นหลัง บางคนก็เสมอตัวแค่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่บางคนก็สร้างความเดือดร้อนเสียหายทิ้งไว้ให้เป็นส่วนใหญ่ เป็นอย่างนี้มาทุกยุคทุกสมัย

นิทานธรรมะ ตอน อานุภาพแห่งรัก

นิทานสั้น เรื่อง อานุภาพแห่งรัก

"นิทานธรรมะ ตอน อานุภาพแห่งรัก"
       มีเรื่องเล่าว่า หญิงคนหนึ่ง ระหว่างที่เดินทางกลับบ้านได้พบชายสามคนกำลังหิวจัด เธอจึงชวนเข้าไปในบ้านเพื่อรับประทานอาหารพร้อมกัน แต่ชายทั้ง ๓ กลับบอกว่าไม่สามารถเข้าบ้านพร้อมกันได้ เธอจึงเข้าไปปรึกษากับคนในบ้าน ปรากฏว่าสามีต้องการเชิญนายมั่งคั่งเข้าบ้านก่อน ส่วนเธอต้องการเชิญนายสำเร็จ ขณะที่ลูกสะใภ้ต้องการเชิญนายรัก ในที่สุดทั้ง ๓ คน ก็เลือกเชิญนายรักเข้าบ้าน แต่พอเชิญนายรักเข้ามา นายมั่งคั่งกับนายสำเร็จก็ลุกขึ้นตามเข้าไปในบ้านด้วย เธอจึงถามเหตุผล ชายสามคนตอบพร้อมกันว่า “ถ้าคุณเชิญนายมั่งคั่งหรือนายสำเร็จคนใดคนหนึ่ง อีกสองคนที่เหลือก็จะอยู่นอกบ้าน แต่เมื่อเลือกเชิญนายรักเข้ามา นายมั่งคั่งและนายสำเร็จก็จะติดตามไปด้วยเสมอและจะติดตามไปทุกที่ที่มีความรัก”

        เรื่องนี้แม้จะเป็นเรื่องเล่า แต่ก็แฝงไว้ด้วยคติสอนใจ เพราะในบรรดาความมั่งคั่ง ความสำเร็จ และความรักนั้น ความรักเป็นบ่อเกิดแห่งพลังที่สามารถนำไปใช้ในภารกิจทุกอย่างแม้แต่การแสวงหาและรักษาความมั่งคั่งและความสำเร็จนั้นเอง ความรักทำให้คนมีความมานะพยายาม ทำให้เกิดความอดทน และทำให้บุคคลทำงานได้อย่างไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย ยิ่งถ้าเป็นความรักประเภทกุศลฉันทะ คือรักดีใฝ่ดี รักความเจริญก้าวหน้า อยากพัฒนาอยากช่วยเหลือบุคคลอื่นด้วยแล้ว ก็ยิ่งช่วยให้ทำงานได้โดยไม่ต้องคำนึงว่าใครจะรู้เห็นหรือให้รางวัลตอบแทนในการกระทำของตน และความรักประเภทกุศลฉันทะนี้แหละเป็นความรักที่ทรงพลังสูงสุด

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...

ธรรมะเรื่องล่าสุด

Recent Posts Widget