แนะนำ! บทความธรรมะอ่านมากที่สุดตอนนี้

นิทานธรรมะ ตอน เบรกมือ

นิทานสั้นๆ ตอน เบรกมือ

   นิทานธรรมะ ตอน เบรกมือ ... เบรกเป็นเครื่องมือสำหรับห้ามล้อรถยนต์ โดยทั่วไปมี ๒ ลักษณะ คือ ๑. เบรกหลัก หรือเบรกเท้า เป็นเบรกที่ใช้ขณะรถวิ่งแล้วต้องการให้รถหยุด ๒. เบรกสำรอง หรือเบรกมือ ใช้ขณะรถจอดอยู่กับที่เป็นส่วนใหญ่ ในการใช้เบรก โดยเฉพาะเบรกมือนั้น มีบางครั้งที่ผู้ขับขี่ขับรถไปโดยลืมปลดเบรกมือ บางรายกว่าจะรู้ตัวรถก็วิ่งไปไกลหลายกิโลเมตรแล้ว ทำให้ผ้าเบรกไหม้มีกลิ่นเหม็น สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง เกิดความสึกหรอของเครื่องยนต์มากกว่าปกติ
       ในการดำเนินชีวิตประจำวัน มีพฤติกรรมบางอย่างที่คล้ายการลืมปลดเบรกมือ นั่นคือ บางคนมีความกระตือรือร้นขยันออกกำลังกายทุกเช้าเย็นเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ขณะเดียวกันก็สูบบุหรี่ ดื่มเหล้าหรือเที่ยวกลางคืนดึก ๆ ดื่น ๆ ไปด้วย เมื่อพฤติกรรมสวนทางกันเช่นนี้ จึงเป็นการยากที่จะทำให้สุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงตามที่ต้องการได้ มิหนำซ้ำบางรายนอกจากสุขภาพจะไม่แข็งแรงแล้ว ยังอาจทำให้ร่างกายเสื่อมโทรมมากกว่าเดิมอีกทั้ง ๆ ที่ออกกำลังกายอยู่สม่ำเสมอ การกระทำอย่างนี้จึงไม่ต่างไปจากคนขับรถขณะที่เท้าเหยียบคันเร่งเพื่อให้รถวิ่งไปข้างหน้า แต่มือก็ดึงเบรกมือขึ้นไว้ตลอดทาง ทำให้เครื่องยนต์สึกหรอเร็วกว่าปกติและชำรุดเสียหายในที่สุด
       ผู้รักชีวิต เป็นห่วงสุขภาพแล้วหมั่นออกกำลังกาย นับว่าเป็นเรื่องที่ดี น่ายกย่อง แต่อย่าลืมปลดเบรกมือ ด้วยการลด ละ เลิกบุหรี่ สุรา ยาเสพติด ตลอดจนอบายมุขทุกชนิดเสียบ้าง เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องบั่นทอนสมรรถภาพของร่างกายและจิตใจอย่างมาก จะบั่นทอนเกิดความเสียหายอย่างไร ขอให้นึกถึงตอนขับรถยนต์แล้วลืมปลดเบรกมือก็จะทราบว่าเกิดความเสียหายเช่นเดียวกัน ... อ่านนิทานธรรมะ นิทานสั้นเด็กอ่านได้ ผู้ใหญ่อ่านดี เพราะไม่ใช่แค่นิทานสั้นๆ ให้ความสนุก แต่ยังให้ข้อคิด มีคติธรรมคำสอน ตามแนวทางแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า นับได้ว่า เป็นนิทานธรรมะคติสอนใจ นิทานธรรมะสั้น อ่านแล้วให้ความเพลิดเพลิน อ่านตอนไหนก็สนุก อ่านตอนไหนก็เพลิน  ทั้งหมดนี้มีใน นิทานธรรมะบล็อก

นิทานธรรมะ ตอน บวชไม่ศึกษ์

นิทานสั้นๆ เรื่อง บวชไม่ศึกษ์

"นิทานธรรมะ ตอน บวชไม่ศึกษ์"
      มีข้าราชการผู้ใหญ่ท่านหนึ่งได้ให้ข้อคิดเชิงเปรียบเทียบไว้ดีมากเกี่ยวกับคำว่า " บวชไม่ศึกษ์ " คือบวชแล้วไม่ศึกษาเล่าเรียนหลักคำสอนและไม่ปฏิบัติตามพระธรรมวินัย เมื่อเป็นเช่นนี้เขาย่อมไม่ได้ความรู้ในเรื่องราวทางพระพุทธศาสนา ไม่เข้าใจหลักคำสอน ไม่รู้ข้อวัตรปฏิบัติต่าง ๆ ตลอดทั้งไม่ได้บรรลุมรรคผลนิพพาน อันเป็นเป้าหมายสูงสุดในทางพระพุทธศาสนา คนที่บวชแล้วไม่ศึกษาเล่าเรียนและไม่ปฏิบัติตามพระธรรมคำสั่งสอน ท่านเรียกว่า โมฆบุรุษ แปลว่า คนว่างเปล่า คือไม่ได้รับอะไรเลย เปรียบเหมือนคนที่จะเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ เตรียมข้าวของใส่กระเป๋าเรียบร้อยแล้ว ไปที่สถานีขนส่งแต่ไม่ยอมขึ้นรถ ได้แต่เดินวนเวียนไปมาอยู่ในบริเวณสถานี เมื่อเป็นเช่นนี้เขาก็ไม่มีวันจะไปถึงเชียงใหม่ได้อย่างแน่นอน
       เรื่องเปรียบเทียบเชิงคำสอนนี้ทำให้ได้ข้อคิดว่า การตั้งเป้าหมายอะไรไว้ จะไม่สำเร็จด้วยการคิดเพียงอย่างเดียว ต้องลงมือกระทำทั้ง ๓ ทาง คือ ทางกาย เรียกว่า กายกรรม ทางวาจา เรียกว่า วจีกรรม ทางใจ เรียกว่า มโนกรรม ดังคำสอนที่เรียกว่าโอวาทปาติโมกข์ ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา คือ การไม่ทำบาปทั้งปวง การทำความดีให้สมบูรณ์ และการทำจิตใจให้ผ่องใส จากหลักคำสอนที่เป็นหลักการสำคัญนี้ทำให้เราทราบว่า การตั้งเป้าหมายหรือจุดประสงค์อะไรไว้ จะต้องลงมือทำให้ครบถ้วนกระบวนการ จึงจะสำเร็จ ในการทำงานหรือปฏิบัติหน้าที่ต่าง ๆ ก็เช่นเดียวกัน โดยเนื้อแท้แล้วเราทุกคนล้วนมีเป้าหมายอยู่ในใจแล้วว่าจะทำงานตามที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จตามนโยบายบริษัท ตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา ตลอดทั้งรักษาและปฏิบัติตัวอยู่ใน ขนบ ธรรมเนียม ประเพณี ข้อกฏหมาย ข้อบังคับต่าง ๆ ให้ดีที่สุด แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่ตั้งเป้าหมายไว้เหมือนกัน แต่ไม่ตั้งใจทำ ถ้าจะเรียกล้อตามคำที่พูดกันว่า "คิดใหม่ ทำใหม่" ก็ล้อเป็นคนประเภท "คิดใหม่ แต่ทำเก่า" ได้แก่ คิดได้แต่ไม่คิด คือไม่ใส่ใจงาน คิดได้แต่ไม่บอก คือไม่ประสานติดต่อ และคิดได้แต่ไม่ทำ คือไม่พอใจที่จะลงมือทำ คนประเภทนี้ก็เหมือนคนที่ไปถึงสถานีต้นทางแต่ไปไม่ถึงปลายทาง หรือจะเรียกว่าเป็นพวกบวชไม่ศึกษ์ก็คงไม่ต่างกันเลยแม้แต่น้อย จริงมั้ยครับทุกๆ ท่าน ... นิทานธรรมะ


Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...

ธรรมะเรื่องล่าสุด

Recent Posts Widget